
อาเซอร์ไบจาน พบ ฝรั่งเศส ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนยุโรป (UEFA) – นัดเดือนพฤศจิกายน อาเซอร์ไบจาน เปิดบ้านรับ ฝรั่งเศส ค่ำวันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ณ บากู โอลิมปิก สเตเดียม (Baku Olympic Stadium) เกมใหญ่ที่ทั้งสองทีมต้องการคะแนนด้วยเหตุผลต่างกัน เจ้าถิ่นหวังสร้างเซอร์ไพรส์ต่อหน้าแฟนบอล ส่วน “เลอ เบลอส์” ของ ดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ มองสามแต้มเพื่อย้ำความเป็นเต็งกลุ่ม
อาเซอร์ไบจานภายใต้มาตรฐานฟุตบอลทีมชาติยุคหลัง เป็นทีมที่วินัยเกมรับดีขึ้น เล่นเหย้ามีวูบวาบและฝากความหวังไว้กับจังหวะสวนกลับ-ลูกตั้งเตะ โดยกระดูกสันหลังยังพึ่งพาแกนจากคาราบัค (Qarabag) เช่น ชาห์รูดดิน มาฮัมมาดาลิเยฟ, มักซิม เมดเวเดฟ, การา การาเยฟ รวมถึงมิดฟิลด์จอมยิงไกล เอมีน มาห์มูดอฟ และหอกเป้า รามิล เชย์ดาเยฟ จุดท้าทายคือคุณภาพการตัดสินใจในพื้นที่สุดท้ายและความสม่ำเสมอของไลน์รับเมื่อเจอทีมท็อปยุโรป
ฝรั่งเศสของเดส์ช็องส์ยังคงโครง 4-2-3-1/4-3-3 ลื่นไหล แกนหลักคุ้นเคย: ไมค์ เมญ็อง, ชูลส์ กุนเด้, วิลเลียม ซาลีบา, เตโอ แอร์กน็องเดซ, ออเรลียง ชูอาเมนี, อาดรียง ราบิโอต์, อ็องตวน กรีซมันน์ และ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ (เรอัล มาดริด) เสริมด้วยปีกความเร็วอย่าง อุสมาน เดมเบเล่ หรือ คิงส์ลีย์ โกม็อง และหน้าเป้าอย่าง มาร์คุส ตูราม แนวโน้มคือคุมเกมด้วยคุณภาพเทคนิคและเพรสซิ่งสูง โจมตีหนักทางซ้ายที่เอ็มบั๊ปเป้ลากตัด
หมายเหตุ: สองชาตินี้เจอกันอย่างเป็นทางการเพียงช่วงคัดเลือกยูโร 1996 เท่านั้น และฝรั่งเศสเป็นฝ่ายเหนือกว่าชัดเจน ทั้งคุณภาพแนวรุกและโครงสร้างทีม
อาเซอร์ไบจานในช่วงหน้าต่างทีมชาติปี 2025 เน้นความรัดกุมเป็นหลัก เกมเหย้าจะยืนบล็อกลึก 4-1-4-1/5-4-1 รอจังหวะสวนกลับและลูกตั้งเตะ จุดที่เห็นชัดจากข้อมูลแมตช์ล่าสุดบนแพลตฟอร์มอย่าง SofaScore/WhoScored คือจำนวนการครองบอลมักเป็นรอง (ราว 35–45%) และโอกาสยิงตรงกรอบมีไม่มาก จำเป็นต้องคมกับโอกาสที่มี นักเตะที่ทำงานหนักและโดดเด่นมักเป็น เอมีน มาห์มูดอฟ (การจ่ายทะลุช่อง/ยิงไกล), รามิล เชย์ดาเยฟ (วิ่งทำทาง) และการา การาเยฟ (ตัดเกมหน้าแผงแบ็ก)
ฝรั่งเศสยังรักษามาตรฐานท็อปของยุโรป ผลงานต่อเนื่องจากทัวร์นาเมนต์ใหญ่และรอบคัดเลือกด้วยสมดุลเกมรุก-รับ เดส์ช็องส์ปรับใช้ 4-3-3/4-2-3-1 ตามคู่แข่ง จุดเด่นคือการเพรสซิ่งเป้าหมาย (ball-oriented press), คุณภาพจังหวะเปลี่ยนสปีดในพื้นที่สุดท้าย และการเข้าทำทางซ้ายของเอ็มบั๊ปเป้กับเตโอ แอร์กน็องเดซ ด้านเกมรับ เมญ็องเป็นเสาหลัก ขณะที่คู่เซ็นเตอร์อย่าง ซาลีบา-อูปาเมกาโน่/โกนาเต้ คุมพื้นที่กลางอากาศดี
ภาพรวมอ้างอิงจากสถิติทีมชาติช่วง 2024–2025 บน Transfermarkt/SofaScore/WhoScored (ค่าเฉลี่ยแปรผันตามคู่แข่ง):
- ฝรั่งเศส: ครองบอลราว 58–62%, โอกาสยิงรวม 15–18 ครั้ง/เกม, ยิงตรงกรอบ 5–7 ครั้ง, xG โดยรวมต่อเกมระดับ ~1.8–2.2, เตะมุมเฉลี่ย 5–7 ครั้ง, อัตราจ่ายบอลสำเร็จ ~88–90%
- อาเซอร์ไบจาน: ครองบอล 35–45%, โอกาสยิงรวม 7–10 ครั้ง/เกม, ยิงตรงกรอบ 2–3 ครั้ง, xG ต่อเกม ~0.6–0.9, เตะมุมเฉลี่ย 2–4 ครั้ง, อัตราจ่ายบอลสำเร็จ ~78–82%
ข้อสรุป: โครงสร้างเกมชี้ว่าฝรั่งเศสจะคุมโอกาสคุณภาพและพื้นที่ริมเส้นได้เหนือกว่า เจ้าถิ่นต้องหวังจังหวะสอง-ลูกตั้งเตะ
- อาเซอร์ไบจาน: จุดเด่นคือระเบียบเกมรับและความอดทนในบล็อกต่ำ การไล่แย่งในโซน 2 และความสัมพันธ์แนวรับที่เล่นร่วมกันจากสโมสรเดียวกันหลายราย ลูกตาย (ฟรีคิก/คอร์เนอร์) เป็นอาวุธ ส่วนจุดอ่อนคือความกว้างในการป้องกันเวลาโดนสลับแกนเร็ว การป้องกันครอสเสาไกล และการต้านหนึ่งต่อหนึ่งริมเส้นเมื่อแบ็กดันสูงไม่ทันรีเซ็ตทรง
- ฝรั่งเศส: จุดเด่นคือความหลากหลายเกมรุก ทั้งทะลุช่อง, โยน, ต่อบอลสั้นเร็ว และคุณภาพปัจเจกของเอ็มบั๊ปเป้-กรีซมันน์ จุดที่ต้องระวังคือช่วงเปลี่ยนผ่านรับหากฟูลแบ็กดันสูงพร้อมกัน และการรับมือบอลยาว/เซ็ตพีซของคู่แข่งที่เน้นพละกำลัง
อ้างอิงโครงทีมจากรายชื่อเรียกล่าสุดและแผนใช้งานที่ปรากฏใน SofaScore/WhoScored ของทั้งสองทีม โดย 11 ตัวจริงจริงให้ตรวจเช็กอีกครั้งใกล้เขี่ยบอล
- ดวลริมเส้นฝั่งซ้ายของฝรั่งเศส: เอ็มบั๊ปเป้+เตโอ vs เมดเวเดฟ หากเจ้าบ้านปิดคอมโบนี้ไม่ได้ โอกาสเสียประตูมีสูง
- เซ็ตพีซสองฝั่ง: อาเซอร์ไบจานมีโอกาสจากลูกนิ่ง ส่วนฝรั่งเศสได้เปรียบคุณภาพการเปิดของกรีซมันน์
- จังหวะเปลี่ยนผ่านรับของฝรั่งเศส: หากดันไลน์สูงแล้วโดนเคลียร์ยาวหลังแบ็ก ต้องระวังเชย์ดาเยฟวิ่งไลน์
- สภาพอากาศและลมที่บากู: ลมจากทะเลแคสเปียนทำให้บอลกลางอากาศแปลกทิศได้ มีผลกับการครอส/คุมแรงส่ง
ฝรั่งเศสจะคุมบอล-คุมโซนแดนสอง เน้นฉีกออกซ้ายแล้วแทงหักกลับเข้ากรอบหก พร้อมสลับยิงไกลจากกรีซมันน์/ชูอาเมนี หากได้ประตูนำ เกมจะไหลตามแผนเดส์ช็องส์ อาเซอร์ไบจานจะถอย 5-4-1 สั้นแน่น หวังสวนกลับทางซ้ายของบายรามอฟหรือบอมบ์ยาวหาเชย์ดาเยฟ แล้วลุ้นลูกตั้งเตะ รูปเกมมีช่วงอึดอัดแต่ความต่างของคุณภาพจังหวะสุดท้ายชัดเจน
อาเซอร์ไบจาน 0-2 ฝรั่งเศส — คุณภาพเกมรุก “เลอ เบลอส์” สูงกว่า แถมมีทางเลือกจากม้านั่ง อีกทั้งสถิติการเจอกันในอดีตและโครงสร้างเกมรับของฝั่งเจ้าถิ่นเมื่อเจอทีมท็อประดับนี้ยังมีช่องให้เล่นงาน เซ็ตพีซอาจเป็นโอกาสของเจ้าบ้าน แต่ฝรั่งเศสมีสมาธิเกมรับดีพอจะปิดจบคลีนชีต
หากสนใจแทงบอลกับเว็บแทงบอลเกาหลี สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับเรา Keb168 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทาง LINE Official: @Keb168 หรือสามารถ >> กดสมัครสมาชิก << ได้ทันที
KEB168
KEB168 เว็บพนันเกาหลี คาสิโนเกาหลี สล็อตเกาหลี แทงบอลออนไลน์ ฝาก–ถอนวอนออโต้ 24 ชม.
