
แมน ซิตี้ พบ บอร์นมัธ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดวันอาทิตย์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านรับ บอร์นมัธ ที่เอติฮัด สเตเดียม วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เกมนี้คือบททดสอบวินัยเกมรับของทีมเยือนภายใต้ฟุตบอลความเข้มข้นสูงของ อันโดนี อิราโอลา และเป็นอีกโอกาสที่ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา จะเร่งเครื่องเก็บสามแต้มต่อหน้าแฟนตัวเอง (เวลาแข่งขันโปรดตรวจยืนยันตามโปรแกรมทางการใกล้ชั่วโมงเตะ)
แมนฯ ซิตี้ในบ้านคือมาตรฐานความนิ่งของลีก เกมรุกหลากหลาย ทั้งการจบจากกรอบหกหลา, การฉีกแนวรับด้วยบอลคัทแบ็ก และการชิงพื้นที่ครึ่งช่องจากการโอเวอร์โหลดแดนกลาง จุดสำคัญคือวินัยเกมยืนของ โรดรี ที่ทำให้ทีมกล้าเติมแบ็กและอินเวิร์ตฟูลแบ็กขึ้นไปกดขี่พื้นที่สูง
ฝั่งบอร์นมัธของอิราโอลามีบุคลิกชัด—วิ่งไล่กดดันจังหวะแรก กล้าเล่นเร็วทันทีที่แย่งบอลได้ ใช้ โดมินิก โซลันกี เป็นแกนพักบอลและดึงแนวรับ ก่อนปล่อยสปีดของ อ็องตวน เซเมนโย, มาร์คัส ทาเวอร์นีเยร์ หรือ จัสติน ไคลเวิร์ต ทะลุช่อง จุดทดสอบคือเมื่อโดนซิตี้ลากเกมยาว ต้องรับให้รัดกุมโดยไม่เสียฟาวล์อันตรายหน้าเขต
แนวโน้มชัดเจน: ซิตี้กุมความได้เปรียบแบบเบ็ดเสร็จ ชนะรวด ยิงได้ต่อเนื่องและมักออกนำเร็ว บอร์นมัธยังไม่เคยได้แต้มจากเอติฮัดในช่วงหลัง
ซิตี้ของเป๊ปในช่วงปลายตุลาคมถึงพฤศจิกายนโดยภาพรวมยังคงมาตรฐานเกมบุกระดับท็อปของลีก—ครองบอลเฉลี่ยเกิน 60% ต่อเกม, โอกาสยิงรวมแตะราว 15-17 ครั้ง/นัด และขึ้นรูป xG สูงกว่าคู่แข่งอย่างมีนัย (อ้างอิงแนวโน้มผลงานจากฤดูกาลล่าสุดบน WhoScored/SofaScore) จุดเด่นช่วงหลังคือการเชื่อมไลน์ระหว่าง เควิน เดอ บรอยน์ – แบร์นาร์โด้ ซิลวา – ฟิล โฟเดน ที่สลับยืนครึ่งช่องให้คู่แข่งจับยาก ขณะที่การป้องกันทรานซิชันดีขึ้นมากเมื่อ โรดรี คุมจังหวะและตัดเกมก่อนถึงเขตโทษได้บ่อย
บอร์นมัธภายใต้อิราโอลายังเก็บแก่นเดิมคือเพรสซิ่งและสวนกลับความเร็ว จังหวะเข้าทำมักมาจากแย่งบอลกลางสนามแล้วแทงช่องแรกเข้าพื้นที่สุดท้าย หรือวางยาวให้โซลันกีพักก่อนกระจายไปวิงเกอร์ ตัวเลขค่าเฉลี่ยทั่วไปของชาวเชอร์รีส์มักอยู่ในโซนครองบอล 45%±, โอกาสยิง 11-13 ครั้ง/นัด, xG ราว 1.3-1.6 (แนวโน้มจากข้อมูลฤดูกาลที่ผ่านมา) ฟอร์มจะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพจังหวะสุดท้ายและลูกตั้งเตะที่ใช้ มาร์กอส เซเนซี เป็นตัวชูโรง
- การยิงและคุณภาพโอกาส: ซิตี้สร้าง xG ต่อเกมในระดับท็อปของลีก และมีอัตรายิงตรงกรอบราว 6-7 ครั้ง/นัด ขณะที่บอร์นมัธอยู่ระดับกลาง คมเมื่อได้เล่นทรานซิชันเร็ว
- การครองบอลและผ่านบอล: ซิตี้ครองบอลเฉลี่ยราว 65-68% อัตราผ่านบอลสำเร็จ 89-90% ส่วนบอร์นมัธอยู่ราว 44-47% ผ่านบอลสำเร็จ 80-83% (อ้างอิงจาก WhoScored/FBref ฤดูกาลล่าสุด)
- ลูกเตะมุม: ซิตี้ได้คอร์เนอร์เฉลี่ยสูงกว่า มักมาจากการบุกกดฝั่งซ้าย-ขวาสลับกัน; บอร์นมัธสร้างโอกาสจากคอร์เนอร์ด้วยการวิ่งตัดเสาแรกของเซเนซี/ซาบาร์นี
แมนฯ ซิตี้: โครง 3-2-2-3/2-3-5 ในเกมรุก แบ็กขวาอย่าง ไคล์ วอล์คเกอร์ เปิดกว้าง/อินเวิร์ตตามคู่แข่ง กองหลังซ้าย (กวาร์ดิโอล/อาเก้) ดันทับครึ่งช่องเพื่อกดสูง จุดแข็งคือการเคลื่อนที่สลับตำแหน่งของโฟเดน-เดอ บรอยน์-แบร์นาร์โด้ ทำให้เกิดช่องคัทแบ็กถาวร จุดต้องระวังคือพื้นที่ด้านหลังฟูลแบ็กเมื่อเสียบอล โดยเฉพาะฝั่งที่ปีกยืนกว้างมากอย่าง เฌเรมี โดกู
บอร์นมัธ: 4-2-3-1/4-4-2 ยืดหยุ่น เพรสซิ่งมีทริกเกอร์เมื่อบอลไปแบ็กซ้าย/ขวาของคู่แข่ง ใช้คริสตี้กับลูอิส คุก ตัดทางผ่านเข้ากลางแล้วบีบให้เล่นข้างเส้น จากนั้นเปลี่ยนแกนเร็วไปหาเซเมนโย/ทาเวอร์นีเยร์ จุดแข็งคือสปีดเปลี่ยนจากรับเป็นรุกและการเข้าทำเสาแรก จุดอ่อนคือระยะห่างไลน์แบ็กโฟร์ถ้าโดนซิตี้ล็อกให้ถอยลึกและครอสสลับด้านบ่อยๆ รวมถึงการป้องกันคัทแบ็ก
หมายเหตุ: เป็นการคาดการณ์เชิงแท็คติกจากรูปแบบการใช้งานมาตรฐานของทั้งสองทีมในลีก องค์ประกอบจริงอาจปรับตามความฟิตและโรเตชันในสัปดาห์แข่งขัน (ตรวจรายชื่อจริงจาก SofaScore/WhoScored ใกล้เวลาเตะ)
- ครึ่งช่องของซิตี้: ถ้าเดอ บรอยน์-โฟเดนหาช่องคัทแบ็กได้ต่อเนื่อง เกมมีโอกาสขาดเร็ว
- วินัยทรานซิชันของเจ้าบ้าน: การป้องกันเคาน์เตอร์ต่อเนื่องต่อ เซเมนโย/ทาเวอร์นีเยร์ คือกุญแจไม่ให้รูปเกมแกว่ง
- เกมรับลูกตั้งเตะ: เซเนซีมีอาวุธ และบอร์นมัธทำสเปเชียลเพลย์ได้ดี หากซิตี้เสียฟรีคิก/คอร์เนอร์ในโซนอันตรายอาจมีเซอร์ไพรส์
- คู่ดวลเฉพาะจุด: วอล์คเกอร์ vs ทาเวอร์นีเยร์/เคอร์เคซ ทางซ้ายของบอร์นมัธ, โดกู vs อารอนส์ ทางขวาของซิตี้ ใครคุมพื้นที่ได้คือคนชี้ขาดแดนกว้าง
ซิตี้จะคุมบอลตั้งแต่ต้น บีบไลน์รับบอร์นมัธถอยลึก สลับชิงพื้นที่ครึ่งช่องสองฝั่งแล้วรอจังหวะคัทแบ็ก/ยิงไกล บอร์นมัธจะพยายามเพรสจังหวะแรกเพื่อบีบให้ซิตี้ผิดพลาดก่อนถอยลงบล็อกกลางต่ำ รอวูบวาบจากทรานซิชันและลูกตั้งเตะ ช่วง 15 นาทีแรกสำคัญ—หากทีมเยือนไม่เสียประตูเร็ว เกมจะยืดและเปิดโอกาสสวนได้มากขึ้น แต่ถ้าซิตี้ออกนำ รูปเกมจะไหลตามเจ้าบ้าน
แมนฯ ซิตี้ 3-0 บอร์นมัธ
น้ำหนักมาจากคุณภาพเกมรุกในบ้าน ความหลากหลายในการเข้าทำ และสถิติพบกันที่ข่มชัดเจน บอร์นมัธมีลุ้นจากทรานซิชันและเซ็ตพีซ แต่ต้องมีเปอร์เฟกต์เกมทั้ง 90 นาทีจึงจะต้านทานคลื่นบุกของซิตี้ได้
KEB168
KEB168 เว็บพนันเกาหลี คาสิโนเกาหลี สล็อตเกาหลี แทงบอลออนไลน์ ฝาก–ถอนวอนออโต้ 24 ชม.
