แมนฯ ซิตี้ พบ ลิเวอร์พูล

หน้าแรก  >  บทความ  >  

แมนฯ ซิตี้ พบ ลิเวอร์พูล

09/11/2025

แมนฯ ซิตี้ พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดบิ๊กแมตช์: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ลิเวอร์พูล วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ที่เอติฮัด สเตเดียม แมนเชสเตอร์ เกมที่ความเข้มข้นและมาตรฐานแท็คติกสูงสุดของลีกมักเกิดขึ้นเสมอเมื่อสองทีมนี้เจอกัน แฟนบอลเตรียมใจไว้ได้เลยว่าเป็น “เกมหกแต้ม” ของจริง

หมายเหตุ: บทวิเคราะห์นี้ยึดโครงข้อมูลและรูปแบบการเล่นที่ต่อเนื่องจากฤดูกาล 2023/24–ต้นฤดูกาล 2024/25 อ้างอิงฐานข้อมูลสาธารณะ (Transfermarkt, SofaScore, WhoScored) และต้องตรวจทานตัวเลขสดใส่ก่อนลงเผยแพร่อีกครั้งในวันแข่งขัน

ภาพรวมและสถานการณ์ของทั้งสองทีม

แมนฯ ซิตี้ ภายใต้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ยังคงเป็นมาตรฐานของเกมคุมพื้นที่และหมุนตำแหน่ง 3-2-4-1/4-2-3-1 ใช้ “บ็อกซ์มิดฟิลด์” สร้างความได้เปรียบเชิงตัวเลข Rodri คือหัวใจจังหวะหนึ่ง-สอง ของเกมขึ้นบอล ส่วนความคมของ เออร์ลิง ฮาลันด์ บวกการปั้นเกมจาก เควิน เดอ บรอยน์/ฟิล โฟเด้น คือหมัดเด็ดในพื้นที่สุดท้าย เกมในบ้านของซิตี้โดยพื้นฐานมีความต่อเนื่องสูง โครงสร้างเซ็ตเพลย์เกมรุก-รับดีขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปลายซีซัน 2022/23 เป็นต้นมา

ลิเวอร์พูล ยุค อาร์เน่ สล็อต เด่นเรื่องระเบียบในเพรสซิ่งและการเคลื่อนที่แบบ “โครงสร้างนำทาง” (structure-led) เปลี่ยนผ่านจากยุคเกเก้นเพรสของคล็อปป์สู่การเข้าพื้นที่ด้วยรูปแบบ 4-2-3-1/4-3-3 ที่ยืดหยุ่น ฟูลแบ็กขวาอย่าง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ยังทำหน้าที่เป็นครีเอเตอร์จากครึ่งช่อง (half-space) ขณะที่ โม ซาลาห์, หลุยส์ ดิอาซ และดาร์วิน นูเญซ ให้มิติทะลุช่องและวิ่งตัดหลังไลน์รับ แกนกลางอย่าง อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์/โดมินิค โซบอสซ์ไล ขึ้นเกมเร็วและมีเทคนิคในการสลายเพรสได้ดี

ความหมายของเกม: แต้มเดียวก็สำคัญ แต่ทั้งสองฝั่งรู้ดีว่าจังหวะ “น็อก” คู่แข่งท็อปไฟฟ์โดยตรง ส่งผลต่อความมั่นใจและเรตติ้งพลังแฝงของทั้งฤดูกาล

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด

  • 10 มี.ค. 2024 พรีเมียร์ลีก: ลิเวอร์พูล 1-1 แมนฯ ซิตี้
  • 25 พ.ย. 2023 พรีเมียร์ลีก: แมนฯ ซิตี้ 1-1 ลิเวอร์พูล
  • 1 เม.ย. 2023 พรีเมียร์ลีก: แมนฯ ซิตี้ 4-1 ลิเวอร์พูล
  • 22 ธ.ค. 2022 คาราบาว คัพ: แมนฯ ซิตี้ 3-2 ลิเวอร์พูล
  • 16 ต.ค. 2022 พรีเมียร์ลีก: ลิเวอร์พูล 1-0 แมนฯ ซิตี้

สรุปแนวโน้ม: ระยะหลังคู่คี่ สูสี เกมที่เอติฮัดมักสกอร์สูงกว่าที่แอนฟิลด์ และซิตี้ได้เปรียบเล็กน้อยในแง่คุณภาพโอกาสเมื่อเล่นในบ้าน ส่วนที่แอนฟิลด์ ลิเวอร์พูลกดดันสูงจนบังคับความผิดพลาดได้บ่อย

ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดของทีมเจ้าบ้าน

ซิตี้ในช่วงฟอร์มต่อเนื่องตามสไตล์เป๊ป: โครงสร้างเกมรุกคม การครองบอลเฉลี่ยระดับท็อปของลีก (โดยปกติ 60–65%+) สร้าง xG ต่อเกมสูงและเสียโอกาสคุณภาพต่ำ จุดที่ทำให้พวกเขาคงเส้นคงวา คือ “คอนโทรลหลังนำ” — เมื่อยิงนำได้ ซิตี้จะยิ่งทะยอยสะสมจังหวะ จนคู่แข่งแทบไม่เหลือคมสวนกลับ

ผู้เล่นเด่นที่ต้องจับตา: Rodri (จังหวะควบคุมโซน 6 และวางบอลเปลี่ยนแกน), ฟิล โฟเด้น (พาบอลเข้าพื้นที่อันตรายดีเยี่ยม), เดอ บรอยน์ (คีย์พาสและการวิ่งสอดในฮาล์ฟสเปซ), ฮาลันด์ (การยืนตำแหน่งในกรอบและปักหลักดึงเซ็นเตอร์)

ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดของทีมเยือน

ลิเวอร์พูลของสล็อตเน้นเพรสซิ่งที่มีวินัยและการวางโครงสร้างซัพพอร์ตบอลสองที่ดี จังหวะเปลี่ยนแกนจากเทรนต์/แม็ค อัลลิสเตอร์ และการวิ่งสอดของโซบอสซ์ไลช่วยให้ทีมทะลุบล็อกได้เร็ว โครงสร้างเกมรับเริ่มนิ่งขึ้นเมื่อทีมบีบพื้นที่ถูกทิศทาง เกมเยือนท็อปซิกซ์ยังต้องอาศัยความละเอียดในจังหวะสุดท้าย แต่โอกาสคุณภาพ (xG สร้าง) โดยรวมอยู่ในโซนบนของลีก

ผู้เล่นเด่น: เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค (จัดระเบียบแนวรับ), เทรนต์ (ครีเอชั่นจากครึ่งช่อง/ลูกตั้งเตะ), ซาลาห์ (จบสกอร์+ตัดเข้าใน), นูเญซ (วิ่งทำลายแนวล้ำหน้าและดึงเซ็นเตอร์ให้ถอยลึก)

เปรียบเทียบสถิติสำคัญ

- การครองบอล: ซิตี้เหนือกว่าเล็กน้อย (ปกติ 60–65%+) ลิเวอร์พูลอยู่ราว 55–60% เมื่อเจอทีมใหญ่ตัวเลขจะหดลงเล็กน้อย แต่ยังคงเพรสซิ่งสูง

- โอกาสยิงรวม/ยิงตรงกรอบ: ทั้งสองทีมอยู่ในกลุ่มนำของลีก ซิตี้มีคุณภาพการคัดเลือกช็อตดีกว่าเล็กน้อย ลิเวอร์พูลมีจังหวะสวนที่สร้าง xG สูงจากพื้นที่ครึ่งช่องขวา (ซาลาห์)

- xG: ทั้งสองทีมโดยค่าเฉลี่ยซีซันก่อนอยู่ในท็อปทรีของลีกใน xG สร้าง และท็อปโฟร์ใน xGA (เสียโอกาสคุณภาพต่ำ)

- ลูกเตะมุม: เกมรุกทั้งคู่ผลิตคอร์เนอร์ระดับสูง เกมนี้ความแม่นยำบอลแรก-บอลสองในกรอบจะชี้ขาด

- เปอร์เซ็นต์ผ่านบอล: ซิตี้แตะระดับ 88–90% โดยโครงสร้างรับ-รุกซัพพอร์ต ลิเวอร์พูล 84–87% แต่จุดเด่นคือสปีดนำบอลและการจู่โจมแนวดิ่ง

หมายเหตุ: โปรดอัปเดตตัวเลขสดจาก SofaScore/WhoScored ก่อนลงเว็บในวันแข่ง

จุดเด่น-จุดด้อย และแท็คติกของทั้งสองทีม

- แมนฯ ซิตี้: จุดเด่นคือคอนโทรลเกมและการหมุนตำแหน่งให้เกิด “ฟรีแมน” ระหว่างไลน์ รับมือเพรสของคู่แข่งด้วยมิดฟิลด์ที่เล่นหันหน้า (Rodri/โฟเด้น/แบร์นาร์โด้) และการสลับสูง-ต่ำของแบ็กข้าง (เช่น กวาร์ดิโอล/วอล์คเกอร์) จุดที่ต้องระวังคือการเสียบอลแดนกลางแล้วถูกโจมตีพื้นที่ด้านหลังฟูลแบ็กทันที รวมถึงการโดนเพรสลึกแบบ “ล่อให้จ่ายเข้ากลางแล้วบีบซ้ำ”

- ลิเวอร์พูล: เพรสซิ่งมีวินัยและระยะห่างแนวรับ-กลางกระชับขึ้น กลไกการสลับตำแหน่งของเทรนต์กับตัวรุกฝั่งขวาสร้างความได้เปรียบเชิงตัวเลข จุดอ่อนที่ต้องเก็บงานคือ “บอลทะลุช่องหลังฟูลแบ็ก” และการป้องกันทรานซิชันเมื่อแพ้บอลกลางทาง หากโดนซิตี้ดึงจังหวะเข้าพื้นที่ครึ่งช่องซ้าย (โฟเด้น/เดอ บรอยน์) จะลำบาก

เกมรับลูกตั้งเตะ: ซิตี้พัฒนาขึ้นมากจากเซ็ตโซนผสมแมนมาร์ก ส่วนลิเวอร์พูลอันตรายในเกมรุกจากลูกเตะมุม/ฟรีคิกด้านขวาโดยเทรนต์

คาดการณ์ 11 ตัวจริง

ทีมเจ้าบ้าน

  • GK: เอแดร์ซอน
  • DF: ไคล์ วอล์คเกอร์, รูเบน ดิอาส, จอห์น สโตนส์, โยสโก้ กวาร์ดิโอล
  • MF: โรดรี, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, เควิน เดอ บรอยน์
  • FW: ฟิล โฟเด้น, เจเรมี โดคู (หรือ แจ็ค กรีลิช), เออร์ลิง ฮาลันด์

ทีมเยือน

  • GK: อลีสซง เบ็คเคอร์
  • DF: เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, อิบราฮิมา โกนาเต้, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน
  • MF: อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์, โดมินิค โซบอสซ์ไล
  • FW: โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โคดี้ กัคโป (หรือ ดิโอโก้ โชต้า), หลุยส์ ดิอาซ; หน้าเป้า ดาร์วิน นูเญซ

อ้างอิงแนวโน้มตัวจริงจากฤดูกาลล่าสุดตามฐานข้อมูล SofaScore/WhoScored โปรดเช็กอัปเดตตัวเจ็บและโทษแบนใกล้วันแข่ง

ตัวแปรตัดสินเกม

- ดวลกลางสนาม Rodri vs แม็ค อัลลิสเตอร์/โซบอสซ์ไล: ใครควบคุมบอลสองและเปลี่ยนแกนได้แม่นกว่า

- พื้นที่ด้านหลังเทรนต์: ซิตี้จะเล็งเจาะด้วยโฟเด้น/เดอ บรอยน์จ่ายทะลุให้ฮาลันด์วิ่งฉีก หรือดึงตัวประกบให้โดคูดวล 1v1

- จังหวะเพรสของลิเวอร์พูล: หากซ้อนและบานพับ (pivot) ลงล็อก จะบีบให้ซิตี้เล่นยาวมากขึ้น ซึ่งลดความอันตรายในพื้นที่อันตราย

- ลูกตั้งเตะ: บอลแรก-บอลสองในเขตโทษสำคัญมาก และเป็นแหล่ง “ประตูเปิด” ของเกมใหญ่

- ผู้ตัดสิน/บรรยากาศเอติฮัด: ความกดดันส่งผลต่อการตัดสินใจเล่นเสี่ยงของแนวรับฝั่งเยือน

แนวโน้มรูปเกมที่คาด

ซิตี้จะคุมรูปเกมด้วยบล็อกกลางสูงและหมุนบอลหาช่องในครึ่งช่องซ้าย ขณะเดียวกันลิเวอร์พูลจะยืนบล็อกกลาง-สูง สลับเวลาบีบหนักเมื่อมีทรงหลวมในแดนสอง แล้วจู่โจมช่องว่างหลังฟูลแบ็กด้วยซาลาห์/นูเญซ เกมมีช่วงแลกกันเร็ว 10–15 นาทีเป็นระยะ แต่โดยรวมจะเป็นเกมที่ละเอียดเรื่องจังหวะสุดท้ายและคุณภาพช็อตมากกว่าปริมาณช็อต

ฟันธงผลการแข่งขัน

แมนฯ ซิตี้ 2-1 ลิเวอร์พูล

เหตุผล: ความได้เปรียบเกมในบ้านและความต่อเนื่องของโครงสร้างคอนโทรลเกมของเป๊ปยังเป็นแต้มเหนือกว่าเล็กน้อย ลิเวอร์พูลมีโอกาสจากทรานซิชันฝั่งขวาและลูกตั้งเตะ แต่ซิตี้มักบริหารเกมหลังออกนำได้ดีและลดทอนโอกาสคุณภาพของคู่แข่งลงเรื่อยๆ หากฮาลันด์/โฟเด้นได้จังหวะแรก เกมจะไหลตามแผนเจ้าถิ่น

แหล่งอ้างอิง

บทวิเคราะห์โดย: ลุงปูซาน

นักวิเคราะห์ฟุตบอลสายลึกที่ติดตามทุกแมตช์จากขอบสนามจริง – วิเคราะห์แบบรู้จริง ดูทุกลูก ยิงทุกคำ

หากสนใจแทงบอลกับเว็บแทงบอลเกาหลี สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับเรา Keb168 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทาง LINE Official: @Keb168 หรือสามารถ >> กดสมัครสมาชิก << ได้ทันที

KEB168

KEB168 เว็บพนันเกาหลี คาสิโนเกาหลี สล็อตเกาหลี แทงบอลออนไลน์ ฝาก–ถอนวอนออโต้ 24 ชม.

บทความที่เกี่ยวข้อง

สล็อต เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์
ไม่มีขั้นต่ำ ที่ดีที่สุด

KEB168 เว็บพนันเกาหลี บาคาร่าเกาหลี และแทงบอลออนไลน์
สำหรับคนไทยในเกาหลี ฝากถอนออโต้ รองรับการใช้ เงินวอน

เราคือ เว็บพนันเกาหลี ที่ได้รับมาตรฐานในระดับสากล เป็นผู้นำในการให้บริการอย่างครบวงจรไม่ผ่านเอเย่นต์ ทั้งเกมบาคาร่า สล็อต และแทงบอลออนไลน์ UFakorea888 มีบริการที่โปร่งใส ปลอดภัย และสะดวกสบาย ท่านสามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ง่าย รวดเร็ว พร้อมทีมงานที่คอยให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การเล่น เว็บพนันออนไลน์เกาหลี ที่เหนือระดับและทันสมัย เหมาะสำหรับนักพนันทุกคน

สมัครสมาชิกเข้าสู่ระบบ