ลิเวอร์พูล พบ คริสตัล พาเลซ

หน้าแรก  >  บทความ  >  

ลิเวอร์พูล พบ คริสตัล พาเลซ

29/10/2025

ลิเวอร์พูล พบ คริสตัล พาเลซ คาราบาว คัพ ฤดูกาล 2025–26 รอบที่เดตัดเชือก (กลางสัปดาห์) ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์รับ คริสตัล พาเลซ วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ตามเวลาท้องถิ่นอังกฤษ เกมบอลถ้วยที่มักเปิดโอกาสโรเตชัน แต่ด้วยคู่แข่งระดับพรีเมียร์ลีกและบรรยากาศที่แอนฟิลด์ เกมนี้ไม่ใช่งานเบาแน่นอน

หมายเหตุ: บทวิเคราะห์นี้อ้างอิงผลงานและแนวโน้มที่ตรวจสอบได้จากฤดูกาลล่าสุดภายใต้ อาร์เน่ สลอต (ลิเวอร์พูล) และ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ (คริสตัล พาเลซ) พร้อมข้อมูลสถิติเชิงลึกจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ทั้งนี้บางตัวเลขเฉลี่ยอาจอิงข้อมูลย้อนหลัง เนื่องจากตารางแข่งขัน/ผลล่าสุดก่อนวันแข่งจริงมีการอัปเดตใกล้เคียงแมตช์

ภาพรวมและสถานการณ์ของทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูลของสลอตเดินหน้าปรับจูน “เพรสซิ่งเชิงโครงสร้าง” ให้เข้ากับแกนเดิม ยืนพื้นระบบ 4-3-3/4-2-3-1 สลับได้ตามคู่แข่ง จุดเด่นคือสปีดการแย่งบอลกลับใน 5–8 วินาทีแรกและการสลับตำแหน่งของฟูลแบ็ก-หมายเลข 8 เพื่อสร้างไลน์รับ-ส่งเหนือเส้นเพรสคู่แข่ง บอลถ้วยอย่างคาราบาวคัพเป็นพื้นที่ให้ขุมกำลังหมุนเวียนอย่าง เคลเลเฮอร์, คอนเนอร์ แบรดลีย์, ควอห์นซาห์, เอลเลียตต์, กัคโป, โชต้า ได้นาทีสำคัญ ขณะที่คีย์แมนอย่าง ซาลาห์/ดิอาซ/แม็ค อัลลิสเตอร์ อาจถูกใช้งานตามสถานการณ์

คริสตัล พาเลซภายใต้กลาสเนอร์ยกระดับโครงสร้างเกมรับและทรานซิชันชัดเจน ใช้ 3-4-2-1 หรือ 4-2-3-1 แล้วแต่สภาพตัวผู้เล่น จุดขายคือ “ระเบียบในแดนกลาง” ผ่านคู่มิดฟิลด์อย่าง อดัม วอร์ตัน กับ เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา และคุณภาพแดนหน้าอย่าง เอเบเรชี เอเซ ที่เป็นตัวแก้เพรสและตัวจบ-ตัวเซ็ตพีซในคนเดียวกัน เกมนี้แรงจูงใจสูง เพราะรูปแบบน็อคเอาต์เปิดโอกาสเซอร์ไพรส์ได้เสมอ โดยเฉพาะพาเลซที่วินัยเกมรับดีขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปลายฤดูกาล 2023/24

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด

  • 14 เม.ย. 2024: ลิเวอร์พูล 0-1 คริสตัล พาเลซ (พรีเมียร์ลีก)
  • 9 ธ.ค. 2023: คริสตัล พาเลซ 1-2 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
  • 25 ก.พ. 2023: คริสตัล พาเลซ 0-0 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
  • 15 ส.ค. 2022: ลิเวอร์พูล 1-1 คริสตัล พาเลซ (พรีเมียร์ลีก)
  • 23 ม.ค. 2022: คริสตัล พาเลซ 1-3 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)

แนวโน้ม: 5 นัดหลังสุดในลีก ลิเวอร์พูลชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 แต่ “พาเลซเคยบุกชนะแอนฟิลด์” เมื่อเมษายน 2024 ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนเรื่องการรับมือทรานซิชันและการจบสกอร์ของหงส์แดง

ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดของทีมเจ้าบ้าน

ในกรอบภาพรวมยุคสลอต ลิเวอร์พูลมีโอกาสยิงรวมเฉลี่ยราว 16–18 ครั้ง/นัด ยิงตรงกรอบ 6–7 ครั้ง ครองบอล 58–62% และค่า xG ต่อเกมราว 1.8–2.2 จากฐานข้อมูลฤดูกาลล่าสุดที่ตรวจสอบได้ (อ้างอิงแนวโน้มจาก SofaScore/WhoScored/Transfermarkt) เกมรุกยังหลากหลาย: ครอสกรอบเขตโทษกึ่งต่ำจากฟูลแบ็กด้านขวา (อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์/แบรดลีย์), การสอดขึ้นทำระยะที่สามของมิดฟิลด์เบอร์ 8 (เอลเลียตต์/โจนส์/ซโบสไล) และการเคลื่อนที่ดึงเซ็นเตอร์ของกัคโป/นูเญซในครึ่งช่อง ข้อที่ต้องระวังคือ “ช่วงเปลี่ยนผ่านจากเกมบุกเป็นเกมรับ” หากฟูลแบ็กดันสูงพร้อมกัน การคุมรีสตาร์ทจังหวะสองต้องเนียนกริบ

ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดของทีมเยือน

พาเลซของกลาสเนอร์เน้นระเบียบและทรานซิชัน คุณภาพเกมรับดีขึ้นต่อเนื่อง (โครง 3 เซ็นเตอร์: แอนเดอร์เซน–เกฮี–ริชาร์ดส์ สื่อสารกันดี) ยิงรวมเฉลี่ย 9–12 ครั้ง/นัด ยิงตรงกรอบ 3–4 ครั้ง ครองบอล 42–48% ค่า xG For ประมาณ 1.0–1.4 แต่ค่า xGA ลดลงจากยุคก่อนชัดเจน ปลายทางการจบสกอร์ได้จาก เมเตต้า (จุดแข็งการยืนตำแหน่งและบอลครอสเสาไกล) กับ เอเซ ที่ตัดเข้ากลางหาช่องยิง/จ่าย จุดช็อตฟอร์มในเกมใหญ่คือ “ความแม่นยำลูกสุดท้าย” หากโอกาสแรกๆ ไม่เข้า เกมจะยากขึ้น

เปรียบเทียบสถิติสำคัญ

- โอกาสยิงรวมต่อเกม: ลิเวอร์พูล 16–18 | พาเลซ 9–12

- ยิงตรงกรอบต่อเกม: ลิเวอร์พูล 6–7 | พาเลซ 3–4

- ค่า xG ต่อเกม: ลิเวอร์พูล 1.8–2.2 | พาเลซ 1.0–1.4

- ครองบอลเฉลี่ย: ลิเวอร์พูล 58–62% | พาเลซ 42–48%

- ลูกเตะมุมเฉลี่ย: ลิเวอร์พูล 6–8 | พาเลซ 3–5

- เปอร์เซ็นต์ผ่านบอลสำเร็จ: ลิเวอร์พูล 83–86% | พาเลซ 76–80%

หมายเหตุ: ค่ากลางเป็นช่วงค่าเฉลี่ยอ้างอิงจากผลงานฤดูกาลล่าสุดที่ตรวจสอบได้จากแหล่งข้อมูลสถิติหลัก ทั้งนี้อาจมีการแกว่งขึ้นกับรายชื่อ 11 ตัวจริงและรูปแบบโรเตชันในบอลถ้วย

จุดเด่น-จุดด้อย และแท็คติกของทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล (สลอต)

จุดเด่น: เพรสซิ่งซิงโครไนซ์ดี เก็บบอลสองเร็ว, การสลับตำแหน่งระหว่างฟูลแบ็ก-อินไซต์มิดฟิลด์ทำให้คู่แข่งจับแพทเทิร์นยาก, เกมรุกฝั่งขวายังอันตรายจากคุณภาพเทคนิคในการเปิดและจ่ายทะลุช่อง

จุดด้อย: ระยะห่างไลน์แบ็กโฟร์กับโฮลดิ้งมิดฟิลด์เวลาเสียบอล หากคุมทรานซิชันแรกพลาด เปิดช่องให้คู่แข่งแทงหลังฟูลแบ็ก

ทางแก้: ใช้ “รี-เพรส 5 วิ” หนุนด้วยตำแหน่งยืนของเซ็นเตอร์และโฮลดิ้งที่อ่านบอลดี (เอ็นโดะ/แม็ค อัลลิสเตอร์) พร้อมการฟาวล์แท็คติกอย่างชาญฉลาด

คริสตัล พาเลซ (กลาสเนอร์)

จุดเด่น: โครงสร้างเกมรับระยะ 20–30 เมตรหนาแน่น, วินัยการไล่บี้ข้างบอลยอดเยี่ยม, ทรานซิชันสวนกลับคมเมื่อ เอเซ รับบอลระหว่างไลน์และปล่อยบอลจังหวะสุดท้ายให้ เมเตต้า/ฟรังซ่า

จุดด้อย: พื้นที่หลังวิงแบ็กเวลาถอยไม่ทัน, การขึ้นเกมจากแดนสามหากถูกบีบสูงจะออกบอลเสี่ยง, ลูกตั้งเตะรับต้องโฟกัสการมาร์กโซน-คนให้แน่น

ทางแก้: เล่นบอลแรกแนวดิ่งสั้นเข้าเบอร์ 10 เร็ว หลีกเลี่ยงโดน “ล่อเพรส”, เซ็ตพีซต้องละเอียดโดยเฉพาะที่แอนฟิลด์

คาดการณ์ 11 ตัวจริง

ทีมเจ้าบ้าน

  • GK: เคลเลเฮอร์
  • DF: คอนเนอร์ แบรดลีย์, อิบราฮิมา โกนาเต้, จาร์เรลล์ ควอห์นซาห์, คอสตาส ซิมิกาส
  • MF: วาตารุ เอ็นโดะ, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์, ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์
  • FW: ดิโอโก้ โชต้า, โคดี้ กัคโป, หลุยส์ ดิอาซ

ทีมเยือน

  • GK: ดีน เฮนเดอร์สัน
  • DF: โยอาคิม อันเดอร์เซน, มาร์ค เกฮี, คริส ริชาร์ดส์
  • MF: ดาเนี่ยล มูนญอซ, อดัม วอร์ตัน, เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา, ไทริค มิทเชลล์
  • FW: เอเบเรชี เอเซ, จอร์แดน อายิว (หรือ มาเธอุส ฟรังซ่า), ฌอง-ฟิลิปป์ เมเตต้า

อ้างอิงโครงสร้างตัวจริงตามโปรไฟล์การโรเตชันในบอลถ้วยและการจัดทัพที่ใช้บ่อยจากแหล่งข้อมูลอย่าง SofaScore/WhoScored ในฤดูกาลล่าสุด ทั้งนี้รายชื่อจริงขึ้นกับความฟิต/การหมุนเวียนใกล้วันแข่ง

ตัวแปรตัดสินเกม

- แดนกลาง: แม็ค อัลลิสเตอร์/เอลเลียตต์ vs วอร์ตัน/เลอร์มา ใครชนะจังหวะสองและชิงพื้นที่ครึ่งช่องจะกำหนดทิศทางเพรส

- วิงแบ็กพาเลซ vs ฟูลแบ็กลิเวอร์พูล: พื้นที่ด้านหลังจะเป็น “สมรภูมิ” หากพาเลซสวนหลังแบรดลีย์/ซิมิกาสได้บ่อย เกมจะสูสี

- เซ็ตพีซ: แอนเดอร์เซน–เกฮี เป็นภัยในลูกนิ่ง ขณะที่ลิเวอร์พูลได้เปรียบจังหวะออกแบบคอมบิเนชันคอร์เนอร์

- แผนสำรอง: สลอตมีตัวเปลี่ยนจังหวะระดับท็อป (เช่น ซาลาห์/ซโบสไล/นูเญซ หากถูกเรียกใช้) ส่วนกลาสเนอร์จะพึ่งสปีดเปลี่ยนเกมของฟรังซ่า/รัค-ซากยี

แนวโน้มรูปเกมที่คาด

ลิเวอร์พูลครองบอลเหนือกว่า เพรสสูงตั้งไลน์ที่กลางสนาม กดพาเลซให้เล่นยาวมากขึ้น เป้าคือบีบให้เสียบอลบริเวณวอร์ตัน/เลอร์มาแล้วจู่โจมพื้นที่ฮาล์ฟสเปซซ้าย-ขวา พาเลซจะรอจังหวะโต้กลับสองทาง: 1) แทงหลังฟูลแบ็กด้วยไทมิ่งของเอเซ 2) เปลี่ยนแกนไวออกมูนญอซเพื่อครอสหาพื้นที่เสาไกลของเมเตต้า เกมจะมีช่วงเปิดหน้าแลกหากลิเวอร์พูลไม่ชิงยิงนำเร็ว แต่ความหนาแน่นในพื้นที่สุดท้ายของหงส์แดงและแรงเชียร์แอนฟิลด์ยังเป็นตัวคูณ

ฟันธงผลการแข่งขัน

ลิเวอร์พูล 2-0 คริสตัล พาเลซ

เหตุผล: ความลึกของขุมกำลังและคุณภาพจังหวะสุดท้ายเหนือกว่า เกมในบ้านช่วยเพิ่มอัตราเร่ง ขณะที่พาเลซต้องเล่นสมบูรณ์แบบทั้งเกมรับและทรานซิชันถึงจะยื้อยาวได้ หากถูกยิงนำก่อน โครงสร้างสวนกลับจะยากขึ้น เพราะลิเวอร์พูลจัดการรี-เพรสและคุมคอนโทรลจังหวะสองได้ดี

แหล่งอ้างอิง

บทวิเคราะห์โดย: ลุงปูซาน

นักวิเคราะห์ฟุตบอลสายลึกที่ติดตามทุกแมตช์จากขอบสนามจริง – วิเคราะห์แบบรู้จริง ดูทุกลูก ยิงทุกคำ

KEB168

KEB168 เว็บพนันเกาหลี คาสิโนเกาหลี สล็อตเกาหลี แทงบอลออนไลน์ ฝาก–ถอนวอนออโต้ 24 ชม.

บทความที่เกี่ยวข้อง

สล็อต เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์
ไม่มีขั้นต่ำ ที่ดีที่สุด

KEB168 เว็บพนันเกาหลี บาคาร่าเกาหลี และแทงบอลออนไลน์
สำหรับคนไทยในเกาหลี ฝากถอนออโต้ รองรับการใช้ เงินวอน

เราคือ เว็บพนันเกาหลี ที่ได้รับมาตรฐานในระดับสากล เป็นผู้นำในการให้บริการอย่างครบวงจรไม่ผ่านเอเย่นต์ ทั้งเกมบาคาร่า สล็อต และแทงบอลออนไลน์ UFakorea888 มีบริการที่โปร่งใส ปลอดภัย และสะดวกสบาย ท่านสามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ง่าย รวดเร็ว พร้อมทีมงานที่คอยให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การเล่น เว็บพนันออนไลน์เกาหลี ที่เหนือระดับและทันสมัย เหมาะสำหรับนักพนันทุกคน

สมัครสมาชิกเข้าสู่ระบบ